วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2550

ปทารถะ (Category)

Category ในภาษาไทยนอกจากจะมีศัพท์บัญญัติว่า ปทารถะ แล้ว บางครั้งก็นิยมแปลกันว่า ชนิด หรือ ประเภท ... ซึ่งศัพท์นี้ก็มีใช้ทั่วๆ ไป...

ส่วน Category หรือ ปทารถะ ที่ศึกษากันในวิชาปรัชญานั้น มีมุมมองทั้งในแง่ตรรกศาสตร์และอภิปรัชญา... ถ้ามองในกรอบของอภิปรัชญาก็จะหมายถึง หลักความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานแห่งความเข้าใจของมนุษย์ ... ประมาณนี้

การจำแนกชนิดของคำหรือหน่วยย่อยแห่งคามสัมพันธ์พื้นฐานที่เรียกว่า ปทารถะ นี้ แตกต่างกันไป เช่น


• อริสโตเติล จำแนกไว้ ๑๐ ประการ

• อิมมานูเอล คานต์ จัดไว้ ๔ ประเภท จำแนกได้ ๑๒ ประการ
• ปรัชญาไวเศษิกะของอินเดีย จำแนกไว้ ๗ ประการ
• ปรัชญานยายะของอินเดีย จำแนกไว้ ๑๖ ประการ

ปทารถะ (Category) ตามนัยแห่งตรรกศาสตร์ก็คือ วิถีแห่งถ้อยคำหรือการกระทำของภาคประธาน ซึ่งมีความสำคัญ ๒ ประการ คือ- ทำให้รู้จักวิธีในการจัดแจงการพูดคือการใช้ภาษาให้เป็นระเบียบ- ทำให้จำกัดความหมายของคำต่างๆ ได้ และมี เงื่อนไขในการจัดปทารถะ ดังต่อไปนี้ เป็นสิ่งง่ายๆ ธรรมดาสามัญ ไม่ซับซ้อน เช่น อสังกรกถา

- เป็นของแท้ มิใช่ของเทียม
- เป็นคำเอกัตถะ มีความหมายอย่างเดียว
- สามารถอธิบายบางอย่างนอกจากตัวมันเองได้
- เป็นสิ่งที่กำหนดได้หรือมีที่สุดเฉพาะของอริสโตเติล ๑๐ ประการ มีดังต่อไปนี้

ทรัพย์ หรือ สาระ (Substance)
ปริมาณ (Quantity)
คุณภาพ (Quality)
สมวายะหรือสัมพันธภาพ (Relation)
กิริยาการหรือกัมมันตภาพ (Action or Activity)
กรรม (Being passive or Passivity)
กาละ (When)
เทศะ (Where)
สังโยค (Position)
อาจาระ (Habit)

ตัวอย่างการจำแนกปทารถะ ตามแนวคิดอริสโตเติล
ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ภายในประเทศรู้สึกเครียดกับปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
ปัจจุบัน = กาละ
คนไทย = ทรัพย์
ส่วนใหญ่ = ปริมาณ
ภายใน = สมวายะ
ประเทศ = เทศะ
รู้สึก = อาจาระ
เครียด = กิริยาอาการ
กับ = สังโยค
ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง = กรรม
และ = สมวายะ

(เอามาจาก พระมหาชัยวุธ โภชนุกูล ฉายา ฐานุตฺตโม)

หากยังสงสัยหรือต้องการศึกษาเพิ่มเติม ก็สามารถดูได้ที่

http://etext.library.adelaide.edu.au/a/aristotle/categories/

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2550

สิ่งน่าสนใจในตรรกศาสตร์

สิ่งที่น่าสนใจในตรรกศาสตร์


ตามนัยตรรกศาสตร์ มีประเด็นเรื่อง การให้เหตุผลที่พิจารณาในแง่เนื้อหา (Argumentation Materially Considered) ซึ่งจำแนกการศึกษาเป็นหลายนัย... นัยหนึ่งก็คือ การให้เหตุผลแบบวาทศิลป์ (Rheterical Argumentation) ซึ่งจำแนกออกเป็น ๓ แบบ กล่าวคือ

• แบบการเมือง (Political)
• แบบพิธีรีตอง (Ceremonial)
• แบบพูดในศาล (Juridical)


แบบการเมือง เป็นการพูดหรือการเขียนที่หวังผลในอนาคต ซึ่งปัจจุบันนี้ รายการวิทยุโทรทัศน์ การโพสต์ตาม web ต่างๆ หรือการผลัดกันขึ้นไปพูดของกลุ่มกดดันทางการเมืองตามสถานที่ต่างๆ เช่น สนามหลวง เป็นต้น ต่างสงเคราะห์อยู่ในแบบนี้
แบบพิธีรีตอง เป็นการพูดหรือการเขียนที่หวังผลในขณะนั้น เช่น การกล่าวหรือการอ่านรายงานในที่ประชุม การกล่าวต้อนรับ การกล่าวปิดประชุม หรือการแสดงธรรมเทศนา เป็นต้น ต่างสงเคราะห์อยู่ในแบบนี้
แบบพูดในศาล เป็นการพูดหรือการเขียนที่หวังผลในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต และคดียุบพรรค ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่นี้ จัดเป็นตัวอย่างได้ดี
สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตนั้น รู้เพียงบางคน มีหลักฐานเพียงบางอย่างเท่านั้น กล่าวคือ ไม่มีใครรู้ข้อเท็จจริงหมดทุกอย่าง และไม่สามารถย้อนรอยกลับไปในอดีตได้... แต่เมื่อต้องการอ้างเหตุผลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเหล่านั้น ในทางตรรกศาสตร์เรียกว่า วาทศิลป์แบบการพูดในศาล
คดียุบพรรคก็เช่นเดียวกัน ฝ่ายผู้ร้อง และผู้ถูกร้อง ต่างก็ใช้เหตุผล ตุลาการก็ใช้เหตุผล ซึ่งผลการตัดสินจะเป็นไปอย่างไรก็ตาม...

แต่ นักตรรกศาสตร์ถือว่า ความจริงต้องมีเหตุผล แต่เหตุผลมิใช่ความจริง


ในประเด็นของการที่จะให้คนเชื่อว่าเรื่องที่พูดเป็นความจริง ก็จะต้องมีเหตุผลประกอบให้คนอื่นเชื่อได้ว่าจริง โดยที่ที่เหตุผลที่ยกมาอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ อย่างเรื่องวาทศิลป์ที่พูดกันในศาล ผมเคยได้ยินทนายเขาพูดกันว่าเขาจะยกเอาเหตุผลอะไรมาก็ได้ที่ทำให้คำพูดของเขาเป็นจริง

เราจะเห็นว่า ตรรกศาสตร์ นั้น นอกจากจะเรียนไว้เพื่อสอบที่โรงเรียนแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ในอนาคต

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2550

IMO 2007

บทความที่ 1 คณิตศาสตร์โอลิมปิกปี 2007
website: http://www.imo2007.edu.vn/
ข้อสอบ: http://www.imo2007.edu.vn/statics/problems/Thailand.pdf
สำหรับประเทศไทย ส่งผู้เข้าแข่งขัน 6 คนผลปรากฏดังนี้ทองแดง
นายภาณุพงศ์ ภาสุภัทร ได้คะแนน 7 7 3 7 7 0 เหรียญทอง
นายสุธี เรืองวิเศษ ได้คะแนน 7 7 0 7 1 1 เหรียญเงิน
เด็กชายพศิน มนูรังษี ได้คะแนน 7 7 0 7 2 0 เหรียญเงิน
นายวิชญ์ ฮึงวัฒนากุล ได้คะแนน 7 7 0 7 2 0 เหรียญเงิน
นายพชรพล สุเทพารักษ์ ได้คะแนน 7 2 0 7 1 0 เหรียญทองแดง
นายวรัตถ์ สุขสมปอง ได้คะแนน 7 1 0 7 1 0 เหรียญทองแดง
อาจารย์ผู้ควบคุมทีมได้แก่
อ.ณัฐพันธ์ กิติสิน
อ.อัจฉรา หาญชูวงศ์
อ.ไพศาล นาคมหาชลาสินธุ์
อ.อุษณีย์ ลีรวัฒน์
อ.รจนา รัตนานิคม
ขอแสดงความยินดีกับพี่ๆและที่สำคัญที่สุด สุธี นักเรียนห้องเดียวกับพวกเราด้วยครับ

TU-Mathmania Blog

บล็อก TU-mathmania แห่งนี้ได้จัดทำโดย
1.ด.ช.ธวลทัศน์ สมานวรกิจ
2.ด.ช.ธัชชวิน อินทร์สุข
3.นายพิทยพัฒน์ิ พิสมัย เลขที่ 27
4.ด.ช.ภัทรพล พนิตวรภูมิ
5.นายสรวิศ ปราบริปูตลุง
6.ด.ช.อธิษฐ์ คูวิสิษฐ์โสภิต
blog นี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ห้อง ม.4/716
Blog นี้จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคณิตศาสตร์
ที่น่าสนใจตั้งแต่คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
ไปจนถึงคณิตศาสตร์โอลิมปิก

หวังว่าทุกคนจะได้ัรับความรู้และความเพลิดเพลินจาก blog นี้นะครับ